บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด +66 81 654 5922  ·  eksiam@eksiamlegal.com
รับจดทะเบียนบริษัท · Company Registration

รับจดทะเบียนบริษัท
วางแผนโดยนักกฎหมายองค์กรธุรกิจ
Company Registration & Corporate Structuring

การจดทะเบียนบริษัทมีกฎหมายเกี่ยวข้องในทุกกระบวนการ
ทั้งกฎหมายบริษัท กฎหมายบัญชี และกฎหมายภาษี — อยู่ในเอกสารชุดเดียวกัน

การยื่นเอกสารเป็นงานที่ทำได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่อยู่ในเอกสารชุดนั้นเป็นเรื่องกฎหมายทั้งหมด — วัตถุประสงค์ที่จะจด สัดส่วนหุ้นที่จะแบ่ง ทุนที่จะตั้ง อำนาจกรรมการที่จะให้ ทุกข้อมีผลทางกฎหมายที่ตามมาอีกหลายปี

ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือ วัตถุประสงค์ของบริษัท หลายกิจการเปิดมานานหลายปีแล้วเพิ่งรู้ว่าวัตถุประสงค์ที่จดไว้ไม่ตรงกับงานที่ทำจริงเพียงนิดเดียว แต่ความไม่ตรงนั้นไปกระทบตั้งแต่การเปิดบัญชีธนาคาร การขอใบอนุญาต ไปจนถึงคำถามเรื่องการรับรู้รายได้และภาระภาษี และการแก้ไขต้องใช้มติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น1

ดูแพ็กเกจและราคา โทร 081 654 5922
฿9,900ราคาเริ่มต้น · ค่าปรึกษาหักคืนเต็มจำนวน
8ประเด็นที่ตรวจให้ก่อนยื่นจดทะเบียน
5–10วันทำการ สำหรับแพ็กเกจมาตรฐาน

จดทะเบียนบริษัท ราคาเท่าไหร่ ใช้เวลากี่วัน — สรุปให้ตรงนี้

ค่าบริการรับจดทะเบียนบริษัทของเราอยู่ระหว่าง ฿9,900 ถึง ฿79,000 ขึ้นกับว่าคุณต้องการเพียงการยื่นจดทะเบียน หรืออยากให้ช่วยออกแบบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและจัดทำเอกสารกำกับกิจการไปด้วย ราคาทั้งหมดไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการและค่าอากรแสตมป์ ซึ่งชำระให้หน่วยงานรัฐโดยตรง

จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน — เฉพาะขั้นตอนยื่นจดทะเบียนใช้เวลา 1–3 วันทำการเมื่อเอกสารครบ โดยรวมทั้งกระบวนการประมาณ 5–10 วันทำการสำหรับแพ็กเกจพื้นฐาน และ 2–4 สัปดาห์สำหรับแพ็กเกจที่มีการวางโครงสร้าง

01แนวคิดการทำงาน · Philosophy

จดทะเบียนบริษัทเพื่อการป้องกัน ไม่ใช่เพียงให้มีนิติบุคคล

แนวทางของเรายึดหลัก กฎหมายเชิงป้องกัน (Preventive Law) คือการวางโครงสร้างองค์กรให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้น การเสียอำนาจควบคุมกิจการ และความรับผิดทางอาญาที่อาจเกิดจากโครงสร้างที่ผิด ก่อนที่ปัญหาจะก่อตัวขึ้น

ในทางปฏิบัติ หมายถึงการตรวจสอบว่าใครจะร่วมทุนบ้าง ธุรกิจอยู่ในบัญชีที่มีข้อจำกัดสำหรับคนต่างด้าวหรือไม่ และผู้ร่วมทุนแต่ละฝ่ายคาดหวังอะไร ก่อนที่จะมีใครกรอกแบบฟอร์มจดทะเบียนแม้แต่บรรทัดเดียว

งานจดทะเบียนบริษัทอย่างเดียวเป็นงานที่ทำได้เร็วและค่าบริการไม่สูง เราจึงไม่ได้ขายความยากของการยื่นเอกสาร แต่ขายการตัดสินใจที่อยู่ก่อนหน้านั้น — ซึ่งเป็นส่วนที่แก้ทีหลังแล้วมีต้นทุนสูงที่สุด

หลักที่ 1

ถามให้ครบก่อนลงมือ

เริ่มจากข้อเท็จจริงของผู้ร่วมทุนและลักษณะธุรกิจจริง ไม่ตัดสินใจโครงสร้างจากแบบฟอร์มสำเร็จรูป

หลักที่ 2

ป้องกันดีกว่าแก้ไข

วางสัดส่วนหุ้น ข้อบังคับ และกติกาภายในให้รัดกุมตั้งแต่ต้น ลดโอกาสที่กิจการจะเดินต่อไม่ได้ในภายหลัง

หลักที่ 3

บอกตรงเมื่อไม่คุ้ม

ถ้ากิจการของคุณไม่ซับซ้อนพอที่จะต้องใช้แพ็กเกจใหญ่ เราจะบอกและแนะนำทางเลือกที่ถูกกว่า

02ปัญหาที่พบจริง · Real Problems

8 เรื่องที่เจ้าของกิจการมาปรึกษาบ่อยที่สุด
และทุกเรื่องมีข้อกฎหมายอยู่เบื้องหลัง

ทั้งแปดเรื่องนี้มักปรากฏหลังจดทะเบียนไปแล้ว บางรายทราบตอนปีที่สาม บางรายทราบตอนจะส่งต่อกิจการ เรารวบรวมมาเล่าไว้เผื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ มิได้ตั้งใจให้กังวลแต่อย่างใด

ความเสี่ยงที่ 1 · โครงสร้างหุ้น

สัดส่วนผู้ถือหุ้น 50:50

หุ้นส่วนสองคนตกลงแบ่งคนละครึ่ง เพราะเป็นสัดส่วนที่ยุติธรรมที่สุดในวันที่เริ่มต้น ผ่านไปสามปี ฝ่ายหนึ่งอยากขยายสาขา อีกฝ่ายอยากเก็บเงินสดไว้ก่อน ทั้งคู่ถือหุ้นเท่ากัน จึงไม่มีใครตัดสินได้

สิ่งที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้เรื่องสำคัญของบริษัทผ่านมติคนละระดับกัน การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับ (มาตรา 1145) การเพิ่มทุน (มาตรา 1220) การลดทุน (มาตรา 1224) การควบบริษัท (มาตรา 1238) และการเลิกบริษัท (มาตรา 1236) ล้วนต้องใช้มติพิเศษ ซึ่งต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ (มาตรา 1194) ส่วนการตั้งและถอดถอนกรรมการ (มาตรา 1151) การกำหนดบำเหน็จกรรมการ (มาตรา 1150) และการอนุมัติเงินปันผล (มาตรา 1201) ใช้มติที่ประชุมใหญ่ตามปกติ1
ผลกับกิจการที่ถือหุ้นคนละครึ่ง — สัดส่วน 50:50 ไปไม่ถึงสามในสี่ไม่ว่าจะประชุมกี่ครั้ง เรื่องในกลุ่มแรกทั้งหมดจึงทำไม่ได้ รวมถึงการเลิกบริษัท กิจการที่ยังมีรายได้อยู่จึงค้างอยู่ในสภาพที่เดินหน้าก็ไม่ได้ ปิดก็ไม่ได้
ข้อสังเกต — ระบบจดทะเบียนด้วยตนเองของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับตัวเลขสัดส่วนหุ้นตามที่กรอกเข้าไป แต่มิได้ให้รายละเอียดว่าตัวเลขนั้นจะไปผูกกับการลงมติเรื่องใดบ้างในอนาคต · ต้องวางแผนก่อนจดทะเบียน

ความเสี่ยงที่ 2 · ผู้ถือหุ้นต่างชาติ

การให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างชาติ

ชาวต่างชาติกับคนไทยตกลงทำธุรกิจร่วมกัน เงินลงทุนมาจากฝ่ายต่างชาติทั้งหมด แต่ใส่ชื่อคนไทยถือหุ้น 51% เพราะมีผู้แนะนำว่าทำกันทั่วไป

สิ่งที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย — พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 นิยาม “คนต่างด้าว” ให้รวมถึงนิติบุคคลที่มีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งถือโดยคนต่างด้าว (มาตรา 4) และกำหนดบัญชีธุรกิจที่ห้ามหรือจำกัดไว้ท้ายพระราชบัญญัติ ส่วนการที่ผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้ประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย เป็นความผิดอาญาตามมาตรา 36 ซึ่งรับผิดทั้งผู้ถือหุ้นไทยและคนต่างด้าวที่ยินยอม2
ข้อสังเกต — ระบบจดทะเบียนรับรายชื่อผู้ถือหุ้นตามที่ยื่นเข้าไป มิได้ตรวจว่าเงินลงทุนของแต่ละรายมาจากใคร ความถูกต้องในชั้นจดทะเบียนจึงไม่ได้แปลว่าโครงสร้างนั้นชอบด้วยกฎหมายฉบับอื่น · ต้องวางแผนก่อนจดทะเบียน

ความเสี่ยงที่ 3 · เอกสารตั้งต้น

วัตถุประสงค์ที่ไม่ตรงกับงานที่ทำจริง

บริษัทจดวัตถุประสงค์ไว้ชุดหนึ่งตอนตั้ง ผ่านไปหลายปีธุรกิจขยับไปทำอีกอย่างซึ่งต่างจากเดิมเพียงเล็กน้อย เจ้าของเพิ่งทราบตอนธนาคารขอดูหนังสือรับรอง หรือตอนคู่ค้ารายใหญ่ขอตรวจก่อนลงนามในสัญญา

สิ่งที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 66 วางหลักว่านิติบุคคลมีสิทธิและหน้าที่ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในตราสารจัดตั้ง และมาตรา 1098 กำหนดให้หนังสือบริคณห์สนธิต้องระบุวัตถุที่ประสงค์ไว้ การแก้ไขภายหลังต้องใช้มติพิเศษตามมาตรา 11453 ความไม่ตรงกันเพียงเล็กน้อยยังไปปรากฏต่อในเอกสารรับรู้รายได้และเอกสารทางภาษี ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับความถูกต้องของการจดทะเบียน
ข้อสังเกต — ระบบจดทะเบียนมีรายการวัตถุประสงค์สำเร็จรูปให้เลือก แต่มิได้ให้รายละเอียดว่ารายการที่เลือกไปนั้นจะพอดีกับธุรกิจที่จะทำจริงหรือไม่ · ต้องวางแผนก่อนจดทะเบียน และทบทวนอีกครั้งเมื่อขยายธุรกิจ

ความเสี่ยงที่ 4 · ทุนจดทะเบียน

ทุนที่ตั้งไว้ตามที่คนอื่นตั้งกัน

กิจการตั้งทุนไว้หนึ่งล้านบาทตามตัวเลขที่พบเห็นทั่วไป ผ่านไปสองปีจะรับพนักงานชาวต่างชาติ หรือจะยื่นเสนอราคางานที่กำหนดคุณสมบัติผู้เสนอราคาไว้ จึงพบว่าตัวเลขที่ตั้งไว้ไม่รองรับแผนนั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1098 ให้ระบุจำนวนทุนเรือนหุ้นไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ มาตรา 1105 ห้ามออกหุ้นในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ตั้งไว้ และมาตรา 1110 ให้เรียกชำระค่าหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้า ส่วนที่ยังไม่เรียกชำระยังคงเป็นความรับผิดของผู้ถือหุ้นอยู่ การเพิ่มทุนภายหลังต้องใช้มติพิเศษตามมาตรา 12204 ส่วนหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตทำงานของคนต่างชาติเป็นไปตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และหลักเกณฑ์ของกรมการจัดหางาน ซึ่งพิจารณาทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วประกอบด้วย
ข้อสังเกต — ระบบจดทะเบียนรับตัวเลขทุนตามที่กรอก มิได้เทียบกับแผนการจ้างงานหรือคุณสมบัติที่งานประเภทนั้นกำหนดไว้ · ต้องวางแผนก่อนจดทะเบียน

ความเสี่ยงที่ 5 · กติกาภายใน

ข้อบังคับบริษัทแบบสำเร็จรูป

บริษัทใช้ข้อบังคับแบบสำเร็จรูปที่มาพร้อมชุดเอกสารจดทะเบียน ผ่านไปสี่ปี ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งขายหุ้นให้บุคคลภายนอกที่อีกฝ่ายไม่รู้จัก เมื่อกลับไปเปิดข้อบังคับดู จึงพบว่าไม่มีข้อจำกัดใดเขียนไว้เลย

สิ่งที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วางหลักว่าหุ้นย่อมโอนกันได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่เป็นหุ้นชนิดระบุชื่อซึ่งข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ข้อจำกัดการโอนหุ้นจึงต้องมาจากข้อบังคับที่เขียนไว้เองเท่านั้น ส่วนข้อบังคับนั้นตกลงกันได้ในที่ประชุมตั้งบริษัทตามมาตรา 1108 และเมื่อจดทะเบียนแล้ว การแก้ไขต้องใช้มติพิเศษตามมาตรา 11453
ข้อสังเกต — ระบบจดทะเบียนมีแบบข้อบังคับมาตรฐานให้ใช้ได้ทันที แต่มิได้ให้รายละเอียดว่าแบบมาตรฐานนั้นไม่มีข้อจำกัดการโอนหุ้น สิทธิซื้อก่อน หรือกลไกจัดการทางตันไว้ · ต้องวางแผนก่อนจดทะเบียน

ความเสี่ยงที่ 6 · เมื่อผู้ถือหุ้นเปลี่ยน

ไม่มีสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น

ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งเสียชีวิต หุ้นตกไปยังทายาทซึ่งไม่เคยทำงานในกิจการ ผู้ถือหุ้นที่เหลืออยากซื้อหุ้นคืนแต่ตกลงราคากันไม่ได้ เพราะไม่เคยมีใครเขียนไว้ว่าจะคิดราคาอย่างไร

สิ่งที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1132 กำหนดว่าเมื่อผู้ถือหุ้นตายหรือล้มละลาย ผู้มีสิทธิจะได้หุ้นนำใบหุ้นมาเวนคืนพร้อมหลักฐานอันสมควรแล้ว บริษัทต้องรับลงทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นสืบไป กฎหมายจึงกำหนดว่าใครได้หุ้น แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะตีราคาเท่าใดหรือใครมีสิทธิซื้อก่อน และการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อยังต้องทำตามแบบในมาตรา 1129 มิฉะนั้นเป็นโมฆะ5
ข้อสังเกต — เรื่องราคาและกลไกซื้อคืนอยู่ในสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ซึ่งไม่มีบทบัญญัติใดบังคับให้ต้องทำ และไม่ได้อยู่ในชุดเอกสารจดทะเบียน · ต้องวางแผนพร้อมการจดทะเบียน

ความเสี่ยงที่ 7 · การนำเงินออกจากบริษัท

ค่าตอบแทนกรรมการกับเงินปันผล

เจ้าของถอนเงินจากบัญชีบริษัทมาใช้ตลอดทั้งปีโดยไม่ได้แยกประเภทไว้ พอถึงเวลาปิดงบ ผู้ทำบัญชีถามว่ารายการเหล่านั้นคือเงินเดือน บำเหน็จกรรมการ หรือเงินปันผล

สิ่งที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1150 ให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้กำหนดจำนวนกรรมการและบำเหน็จกรรมการ ส่วนเงินปันผลจะประกาศจ่ายได้โดยมติที่ประชุมใหญ่ตามมาตรา 1201 และทุกครั้งที่จ่ายเงินปันผล บริษัทต้องจัดสรรทุนสำรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในยี่สิบของกำไร จนกว่าทุนสำรองจะถึงหนึ่งในสิบของทุน ตามมาตรา 12026
ข้อสังเกต — เงินที่ถอนออกไปแล้วโดยไม่มีมติรองรับ ย้อนกลับมาเป็นคำถามทั้งทางบัญชีและทางภาษีพร้อมกัน และเอกสารชุดจดทะเบียนไม่ได้กำหนดเรื่องนี้ไว้ ต้องมาจากมติที่ประชุมของบริษัทเอง · ต้องวางแผนก่อนปิดงบปีแรก

ความเสี่ยงที่ 8 · จังหวะเวลา

การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

กิจการเปิดบิลไปแล้วหลายเดือนจึงมาถามว่าต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยัง ขณะที่อีกรายจดตั้งแต่วันแรกทั้งที่ยังไม่มีรายได้

สิ่งที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย — ประมวลรัษฎากร มาตรา 81/1 ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา และมาตรา 85/1 กำหนดเวลายื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อมูลค่าของฐานภาษีเกินกว่าที่กำหนดไว้7 จังหวะที่ต่างกันให้ผลต่างกัน และเป็นเรื่องที่ย้อนกลับไปแก้ไม่ได้
ข้อสังเกต — การจดทะเบียนบริษัทกับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นคนละเรื่องและคนละหน่วยงาน · รายละเอียดเชิงลึกด้านภาษีเราแยกไว้ที่ eksiamtax.com · ต้องวางแผนก่อนเปิดบิลใบแรก

แปดเรื่องนี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน

ทุกเรื่องเป็นคำถามที่ต้องตอบด้วยข้อกฎหมาย มากกว่าจะตอบด้วยการกรอกแบบฟอร์ม — สัดส่วนหุ้นเท่าไรจึงจะยังตัดสินใจกันได้เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน · วัตถุประสงค์ควรเขียนอย่างไรจึงจะครอบคลุมงานจริงและใบอนุญาตที่อาจต้องขอ · ทุนเท่าไรจึงจะพอดีกับแผนที่วางไว้ · ข้อบังคับควรมีข้อใดบ้างจึงจะมีทางออกเมื่อเกิดเรื่อง

และหลายเรื่องยังเกี่ยวพันกันสามด้านพร้อมกัน — กฎหมายบริษัทว่าด้วยสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ กฎหมายบัญชีว่าด้วยการบันทึกและการแสดงรายการ และกฎหมายภาษีว่าด้วยภาระที่ตามมา ในหลายกรณีที่เราพบ การตัดสินใจถูกในด้านหนึ่งแต่ยังไม่ได้พิจารณาอีกสองด้าน ผลมักมาปรากฏในปีที่สามหรือสี่ ซึ่งเป็นจังหวะที่แก้ไขได้ยากกว่าตอนเริ่มต้นมาก

หากท่านมีนักกฎหมายหรือที่ปรึกษาที่ดูแลเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว นั่นเป็นเรื่องที่ดีมาก และเราขอให้ท่านปรึกษาท่านผู้นั้นก่อนตัดสินใจทุกครั้ง หากยังไม่มี และท่านเห็นว่าเรื่องเหล่านี้ควรมีคนช่วยดูตั้งแต่ต้น เรายินดีเป็นตัวเลือกหนึ่งให้ท่านพิจารณา — ไม่ใช่เพราะการยื่นเอกสารเป็นเรื่องยาก แต่เพราะสิ่งที่อยู่ในเอกสารชุดนั้นเป็นข้อกฎหมายที่จะอยู่กับกิจการไปอีกนาน

พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36 (สรุปความ) ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าว ซึ่งให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องรับโทษทางอาญา และคนต่างด้าวซึ่งยินยอมให้กระทำการดังกล่าวต้องรับโทษด้วย
03คนละงานกัน · Two Different Jobs

จดทะเบียนบริษัทกับใครดี ขึ้นกับว่าต้องการอะไร

ทั้งสองฝั่งเป็นงานที่จำเป็นทั้งคู่ และเราทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชีเป็นประจำ ถ้าคุณตัดสินใจโครงสร้างเรียบร้อยแล้ว ฝั่งซ้ายคุ้มกว่าอย่างชัดเจน และเราจะบอกคุณเองถ้าเห็นว่าเป็นแบบนั้น

Registration

สำนักงานบัญชี / ผู้รับจดทะเบียนทั่วไป

งานคือทำให้เอกสารครบและผ่านการจดทะเบียน ซึ่งทำได้ดี รวดเร็ว และราคาถูกกว่าอย่างมีเหตุผล

  • ยื่นจดทะเบียนให้ครบขั้นตอน
  • กรอกสัดส่วนหุ้นตามที่ลูกค้าแจ้ง
  • ใช้ข้อบังคับและวัตถุประสงค์แบบมาตรฐาน
  • ดูแลบัญชีและยื่นแบบหลังตั้งบริษัท
  • เหมาะกับกิจการเจ้าของคนเดียวที่โครงสร้างไม่ซับซ้อน
Structuring

นักกฎหมายเฉพาะทาง

งานคือออกแบบว่าบริษัทควรมีหน้าตาแบบใด ก่อนที่จะมีใครกรอกเอกสาร

  • ออกแบบสัดส่วนหุ้นให้ตัดสินใจได้จริงเมื่อความเห็นไม่ตรงกัน
  • ร่างข้อบังคับเฉพาะกิจการ ไม่ใช่แบบสำเร็จรูป
  • ทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Agreement)
  • ตรวจประเด็นผู้ถือหุ้นต่างชาติก่อนจด ไม่ใช่หลังโดนตรวจสอบ
  • บันทึกเหตุผลของทุกทางเลือกไว้ให้ตรวจย้อนหลังได้

สำนักงานบัญชีที่ดีมีอยู่มาก และหลายแห่งเป็นเพื่อนร่วมงานที่เราไว้ใจ

ถ้าอยากอ่านขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ เราเขียนไว้ที่ คู่มือจดทะเบียนบริษัทจำกัดในไทย: ขั้นตอนและสิ่งที่ต้องรู้

04แพ็กเกจและราคา · Packages

ค่าบริการรับจดทะเบียนบริษัท เลือกตามที่ตัดสินใจไปแล้ว

เราแสดงราคาไว้ทั้งหมดเพื่อให้คุณเทียบได้เองโดยไม่ต้องทักมาถาม ราคานี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ ซึ่งเราจะแจ้งยอดจริงให้ทราบก่อนยื่นทุกครั้ง

ขั้นที่ 1 — ก่อนตัดสินใจ

Before You Commit
ก่อนจดทะเบียนบริษัท

ปรึกษาก่อนตัดสินใจ 45 นาที

฿4,900ปรึกษาอย่างเดียวคิดตามจริง · เลือกแพ็กเกจต่อ หักคืนเต็มจำนวน

นัดได้ภายใน 2–3 วันทำการ

  • ประเมินว่าควรตั้งบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือยังไม่ควรตั้งในขณะนี้
  • ตรวจเบื้องต้นว่าธุรกิจอยู่ในบัญชีที่จำกัดสิทธิคนต่างด้าวหรือไม่
  • ให้ความเห็นเรื่องสัดส่วนหุ้นที่เหมาะกับจำนวนผู้ร่วมทุน
  • สรุปประเด็นที่ท่านต้องตัดสินใจ พร้อมลำดับความเร่งด่วน
  • บันทึกสรุปการปรึกษาเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้ภายหลัง

ปรึกษาอย่างเดียว — คิดค่าบริการ ฿4,900 ตามปกติ เพราะเป็นงานที่ใช้เวลาและความรับผิดชอบทางวิชาชีพจริง
เลือกแพ็กเกจต่อ — หักคืนให้เต็มจำนวนกับทุกแพ็กเกจ ไม่มีข้อยกเว้น เท่ากับค่าปรึกษาครั้งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของค่าบริการไปเลย
ปรึกษาแล้วเลือกแพ็กเกจ A ฿9,900 จ่ายเพิ่มอีกเพียง ฿5,000 · เลือกแพ็กเกจ C ฿29,000 จ่ายเพิ่มอีกเพียง ฿24,100
ใช้สิทธิได้เมื่อชำระมัดจำภายใน 30 วันนับจากวันปรึกษา

นัดปรึกษา
ไม่มีค่าใช้จ่าย

ประเมินเบื้องต้นทางข้อความ

ไม่มีค่าใช้จ่ายตอบกลับภายในวันทำการ

ตอบกลับภายใน 1 วันทำการ

  • ท่านเล่าโครงสร้างผู้ร่วมทุนและประเภทธุรกิจมาสั้น ๆ
  • เราตอบว่าแพ็กเกจใดเหมาะสม หรือแจ้งว่าไม่จำเป็นต้องใช้บริการเรา
  • แจ้งกรอบค่าใช้จ่ายและระยะเวลาให้ทราบก่อนตัดสินใจ
  • ไม่มีการติดตามซ้ำหากท่านไม่ตอบกลับ

การประเมินเบื้องต้นนี้เป็นการแจ้งขอบเขตงานและค่าใช้จ่าย มิใช่การให้ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี

ส่งเรื่องให้ประเมิน

ขั้นที่ 2 — แพ็กเกจจดทะเบียน

Registration Packages

แต่ละแพ็กเกจแสดงราคารวมหากเลือกซื้อทีละรายการไว้เทียบให้เห็นด้วย เหตุที่การซื้อแยกมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เพราะงานแต่ละชิ้นต้องเริ่มจากการตรวจข้อเท็จจริงของกิจการใหม่ทุกครั้ง ขณะที่การทำพร้อมกันใช้ฐานข้อมูลชุดเดียวกันได้ทั้งหมด หากดูแล้วการซื้อแยกเหมาะกับคุณมากกว่า เรายินดีบอกตามตรง

แพ็กเกจ A

จดทะเบียนบริษัท (แพ็กเกจมาตรฐาน)

฿9,900สำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวที่โครงสร้างชัดเจนแล้ว

ระยะเวลาส่งมอบ 5–10 วันทำการ

เป็นบริการเดี่ยว ราคาเดียวกับการซื้อแยกรายการ

  • ตรวจชื่อนิติบุคคลและจองชื่อ พร้อมเสนอชื่อสำรองให้เลือก 2 ชื่อ
  • จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ (แบบ บอจ.2) และคำขอจดทะเบียน
  • จัดทำรายการจดทะเบียนจัดตั้ง (แบบ บอจ.3) และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5)
  • จัดประชุมจัดตั้งบริษัทและจัดทำรายงานการประชุมให้ถูกต้องตามแบบ
  • ยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและติดตามจนแล้วเสร็จ
  • ขอหนังสือรับรอง สำเนาเอกสาร และดำเนินการเรื่องตราสำคัญของบริษัท
  • ขึ้นทะเบียนภาษีของนิติบุคคล และแจ้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • จัดชุดเอกสารสำหรับเปิดบัญชีธนาคาร พร้อมรายการที่ธนาคารมักขอเพิ่ม
  • อธิบายเอกสารทุกฉบับให้กรรมการเข้าใจก่อนส่งมอบ
  • จัดแฟ้มเอกสารบริษัทให้ครบชุด พร้อมรายการว่าฉบับไหนใช้ตอนไหน
  • แจ้งเตือนกำหนดหน้าที่ตามกฎหมายปีแรกให้ล่วงหน้า โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสารที่ส่งมอบ 30 วัน ทางโทรศัพท์และข้อความ
เลือกแพ็กเกจนี้
แพ็กเกจ B

จดทะเบียน + ตรวจโครงสร้างก่อนยื่น

฿15,900สำหรับผู้ที่มีแนวคิดอยู่แล้ว แต่อยากให้มีคนตรวจก่อนยื่นจริง

ระยะเวลาส่งมอบ 7–14 วันทำการ

หากเลือกซื้อทีละรายการ รวม ฿19,700
เลือกเป็นแพ็กเกจ ประหยัด ฿3,800

  • ทุกรายการในแพ็กเกจ A
  • ประชุมทบทวนโครงสร้างผู้ถือหุ้นร่วมกัน 1 ครั้ง (90 นาที)
  • ตรวจว่าสัดส่วนหุ้นที่ตั้งใจไว้ ยังตัดสินใจได้จริงเมื่อความเห็นไม่ตรงกัน
  • ตรวจวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมธุรกิจจริงและใบอนุญาตที่อาจต้องขอในอนาคต
  • ให้ความเห็นเรื่องทุนจดทะเบียนที่เหมาะกับแผนธุรกิจและคู่ค้า
  • ตรวจอำนาจกรรมการและวิธีลงนามผูกพันบริษัท
  • สรุปความเห็นทางกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษร 1 ฉบับ เก็บไว้อ้างอิงได้
  • สรุปประเด็นที่ควรกลับมาทบทวนเมื่อกิจการโตขึ้น
  • ตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสารที่ส่งมอบ 60 วัน
เลือกแพ็กเกจนี้
แพ็กเกจ C

จดทะเบียน + วางโครงสร้างองค์กร

฿29,000สำหรับกิจการที่มีผู้ร่วมทุนตั้งแต่สองรายขึ้นไป

ระยะเวลาส่งมอบ 2–4 สัปดาห์ · ดูแลต่อ 3 เดือน

หากเลือกซื้อทีละรายการ รวม ฿49,500
เลือกเป็นแพ็กเกจ ประหยัด ฿20,500

  • ทุกรายการในแพ็กเกจ B
  • ออกแบบสัดส่วนผู้ถือหุ้นพร้อมกลไกแก้ทางตันเมื่อตกลงกันไม่ได้
  • ข้อบังคับบริษัทฉบับร่างเฉพาะกิจการ ไม่ใช่แบบสำเร็จรูป
  • สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Agreement) ฉบับเต็ม
  • ข้อกำหนดการโอนหุ้น สิทธิซื้อก่อน (Right of First Refusal) และวิธีตีราคาหุ้น
  • ข้อกำหนดกรณีผู้ถือหุ้นขอออก เสียชีวิต หรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
  • ผังอำนาจกรรมการและอำนาจลงนาม แบ่งตามวงเงินและประเภทเรื่อง
  • ประชุมออกแบบโครงสร้างร่วมกับผู้ร่วมทุนทุกฝ่าย สูงสุด 3 ครั้ง
  • ชุดเอกสารพร้อมลงนาม พร้อมคำอธิบายทีละข้อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน
  • ปฏิทินหน้าที่ตามกฎหมายปีแรก พร้อมวันครบกำหนดที่ต้องทำ
  • ปรึกษาต่อเนื่อง 3 เดือน สำหรับคำถามเกี่ยวกับเอกสารและโครงสร้างที่เราส่งมอบ
  • ปรับข้อความในสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นให้ 1 รอบภายใน 12 เดือน หากผู้ถือหุ้นเปลี่ยนแปลง
เลือกแพ็กเกจนี้
แพ็กเกจ D

จดทะเบียน + วางแผนภาษี

฿35,000สำหรับกิจการเจ้าของเดียวหรือกิจการครอบครัวที่รายได้ชัดเจนแล้ว

ระยะเวลาส่งมอบ 2–4 สัปดาห์ · ดูแลต่อ 3 เดือน

หากเลือกซื้อทีละรายการ รวม ฿48,400
เลือกเป็นแพ็กเกจ ประหยัด ฿13,400

  • ทุกรายการในแพ็กเกจ B
  • วางโครงสร้างภาษีตั้งต้นของนิติบุคคลให้สอดคล้องกับรูปแบบรายได้จริง
  • แผนค่าตอบแทนกรรมการและนโยบายเงินปันผลตั้งแต่ปีแรก
  • ความเห็นเรื่องจังหวะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เหมาะกับกิจการ
  • ผังระบบเอกสารภาษีและหัก ณ ที่จ่าย ใช้ได้ตั้งแต่ใบแรก
  • ทบทวนสัญญาที่มีผลทางภาษี 2 ฉบับ
  • ประชุมส่งมอบร่วมกับผู้ทำบัญชีของคุณ 1 ครั้ง เพื่อให้ทำงานต่อได้ทันที
  • ปฏิทินหน้าที่ตามกฎหมายปีแรก พร้อมวันครบกำหนดที่ต้องทำ
  • ปรึกษาต่อเนื่อง 3 เดือน สำหรับคำถามเกี่ยวกับเอกสารและโครงสร้างที่เราส่งมอบ
  • ประชุมทบทวนร่วมกันอีก 1 ครั้งก่อนปิดงบการเงินปีแรก
เลือกแพ็กเกจนี้
เลือกมากที่สุด แพ็กเกจ E

ครบวงจร

฿55,000รวมงานโครงสร้างและงานภาษีไว้ในโครงการเดียว

ระยะเวลาส่งมอบ 3–5 สัปดาห์ · ดูแลต่อ 6 เดือน

หากเลือกซื้อทีละรายการ รวม ฿117,000
เลือกเป็นแพ็กเกจ ประหยัด ฿62,000

  • ทุกรายการในแพ็กเกจ C และ D
  • ตรวจประเด็นผู้ถือหุ้นต่างชาติตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
  • ประเมินความเป็นไปได้เบื้องต้นในการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
  • ทบทวนสัญญาชุดแรกที่กิจการใช้งานจริง สูงสุด 3 ฉบับ
  • ปฏิทินหน้าที่ตามกฎหมายปีแรก พร้อมวันครบกำหนดที่ต้องทำ
  • ปรึกษาต่อเนื่อง 6 เดือน สำหรับคำถามเกี่ยวกับเอกสารและโครงสร้างที่เราส่งมอบ
  • ประชุมทบทวนโครงสร้างอีก 1 ครั้งเมื่อกิจการดำเนินมาครบ 1 ปี
  • เอกสยามดูแลโครงการด้วยตนเองตลอดทั้งงาน
เลือกแพ็กเกจนี้
แพ็กเกจ F

ครบวงจร สำหรับกิจการที่มีผู้ร่วมทุนต่างชาติ

฿79,000สำหรับกิจการที่มีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ หรือเตรียมขอสิทธิ BOI

ระยะเวลาส่งมอบ 4–8 สัปดาห์ · ดูแลต่อ 12 เดือน

หากเลือกซื้อทีละรายการ รวม ฿132,900
เลือกเป็นแพ็กเกจ ประหยัด ฿53,900

  • ทุกรายการในแพ็กเกจ E
  • ความเห็นทางกฎหมายเรื่องสัดส่วนต่างชาติที่ทำได้ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ
  • ประเมินทางเลือกที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือสิทธิตามสนธิสัญญา
  • เตรียมโครงสร้างให้พร้อมสำหรับการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • ความเห็นเรื่องทุนจดทะเบียนที่สัมพันธ์กับสิทธิขอใบอนุญาตทำงาน
  • ชุดเอกสารสองภาษาไทย–อังกฤษ สำหรับผู้ร่วมทุนที่ไม่ใช้ภาษาไทย
  • ประชุมอธิบายโครงสร้างเป็นภาษาอังกฤษให้ผู้ร่วมทุนต่างชาติ
  • ปรึกษาต่อเนื่อง 12 เดือน สำหรับคำถามเกี่ยวกับเอกสารและโครงสร้างที่เราส่งมอบ
  • ประชุมทบทวนโครงสร้างเมื่อครบ 1 ปี พร้อมสรุปเป็นสองภาษา
เลือกแพ็กเกจนี้

ขั้นที่ 3 — เลือกซื้อแยกรายการ

Individual Documents

สำหรับกิจการที่จดทะเบียนไปแล้ว หรือผู้ที่ใช้บริการจดทะเบียนจากที่อื่นและต้องการเฉพาะบางรายการ ทุกรายการด้านล่างทำแยกได้โดยไม่ต้องซื้อแพ็กเกจ และเป็นราคาเดียวกับที่ใช้คำนวณส่วนต่างในตารางแพ็กเกจข้างต้น

฿16,000

รับร่างสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Agreement)

ร่างเฉพาะกิจการ ครอบคลุมกลไกเมื่อผู้ถือหุ้นขอออก เสียชีวิต หรือมีความเห็นไม่ตรงกัน วิธีตีราคาหุ้น ข้อจำกัดการโอนหุ้น สิทธิซื้อก่อน และทางออกเมื่อตกลงกันไม่ได้ พร้อมประชุมทบทวนกับผู้ถือหุ้นทุกฝ่ายจนเข้าใจตรงกัน

฿8,900

รับร่างข้อบังคับบริษัทฉบับเฉพาะกิจการ

ร่างใหม่แทนข้อบังคับแบบสำเร็จรูป กำหนดวิธีประชุม วิธีลงมติ การโอนหุ้น และอำนาจกรรมการให้เหมาะกับกิจการจริง พร้อมเอกสารสำหรับการประชุมและจดทะเบียนแก้ไขต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

฿12,000

โครงสร้างภาษีตั้งต้น และแผนค่าตอบแทนกรรมการ

วางวิธีนำเงินออกจากบริษัทให้ถูกต้องตั้งแต่ปีแรก ทั้งค่าตอบแทนกรรมการ เงินเดือน และนโยบายเงินปันผล พร้อมข้อควรระวังที่มักพบในกิจการขนาดเล็ก

฿9,000

ตรวจประเด็นผู้ถือหุ้นต่างชาติ

ตรวจสัดส่วนการถือหุ้นและลักษณะธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พร้อมความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรและทางเลือกที่ชอบด้วยกฎหมาย

฿12,000

ประเมินสิทธิการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ตรวจว่ากิจการเข้าข่ายประเภทที่ได้รับการส่งเสริมหรือไม่ เงื่อนไขที่ต้องเตรียม และเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น เป็นการประเมินความเป็นไปได้ มิใช่การรับประกันผลการพิจารณา

฿9,900

ทบทวนสัญญาที่กิจการใช้จริง 3 ฉบับ

อ่านสัญญาที่คุณใช้อยู่ ชี้จุดที่เสียเปรียบ จุดที่ไม่มีทางออกเมื่อเกิดปัญหา และเสนอถ้อยคำแก้ไข พร้อมอธิบายเหตุผลของทุกข้อที่แนะนำให้แก้

฿4,900

ผังอำนาจกรรมการและอำนาจลงนาม

กำหนดว่าใครลงนามผูกพันบริษัทได้ในวงเงินเท่าใด ต้องลงนามร่วมกี่คน และเรื่องใดต้องผ่านมติที่ประชุม พร้อมหนังสือมอบอำนาจที่เกี่ยวข้อง

฿4,900

ประชุมทบทวนโครงสร้าง พร้อมความเห็นลายลักษณ์อักษร

สำหรับผู้ที่จดทะเบียนเองหรือใช้บริการจากที่อื่น แต่อยากให้มีนักกฎหมายช่วยดูว่าโครงสร้างที่ตั้งไว้มีจุดใดควรระวัง

ขั้นที่ 4 — หลังตั้งบริษัท

Ongoing Support
รายเดือน

ที่ปรึกษากฎหมายบริษัท รายเดือน

฿15,000–25,000ต่อเดือน · ตามปริมาณงานที่ตกลงกัน

เริ่มได้ภายใน 7 วันหลังตกลงขอบเขตงาน

  • ตรวจและร่างสัญญาธุรกิจตามโควตาที่ตกลง
  • จัดทำหนังสือเชิญประชุม รายงานการประชุม และมติ
  • ดูแลการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการระหว่างปี
  • ให้ความเห็นทางโทรศัพท์และข้อความในเวลาทำการ
  • ทบทวนเอกสารกำกับกิจการปีละหนึ่งครั้ง
สอบถามขอบเขตงาน
รายครั้ง

ทบทวนโครงสร้างกิจการที่ตั้งไปแล้ว

฿12,900สำหรับกิจการที่จดทะเบียนไปแล้วและต้องการตรวจย้อนหลัง

ระยะเวลาส่งมอบ 7–10 วันทำการ

  • ตรวจข้อบังคับ สัดส่วนหุ้น และอำนาจกรรมการที่ใช้อยู่
  • ระบุประเด็นที่มีความเสี่ยงและจัดลำดับความเร่งด่วน
  • ประเมินว่าเรื่องใดคุ้มที่จะแก้ และเรื่องใดไม่คุ้ม
  • รายงานสรุปพร้อมทางเลือกและกรอบค่าใช้จ่ายในการแก้ไข
เลือกบริการนี้

ความคุ้มค่าที่เห็นได้ในระยะยาว

The Long View

บริษัทที่จดทะเบียนวันนี้จะอยู่กับคุณไปอีกหลายปี และมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องทำทุกปี เราจึงไม่ได้มองว่างานจบตอนส่งมอบเอกสาร ตารางด้านล่างคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหลังจากนั้น และส่วนที่เรายินดีดูแลให้โดยไม่คิดเพิ่ม

ปีที่ 1

ปีแรกหลังจดทะเบียน

บริษัทต้องจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชี จากนั้นนำส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุม และนำส่งงบการเงินภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติ9 — กำหนดเหล่านี้เราแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ทุกแพ็กเกจ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ปีที่ 2

เมื่อกิจการเริ่มมีพนักงานและคู่ค้าประจำ

ช่วงนี้มักเริ่มมีสัญญาจ้าง สัญญาการค้า และการตัดสินใจที่ต้องใช้มติกรรมการ ถ้าโครงสร้างและผังอำนาจลงนามวางไว้ดีตั้งแต่ต้น งานช่วงนี้จะเดินได้เองโดยแทบไม่ต้องกลับมาแก้เอกสารเดิม

ปีที่ 3–5

ช่วงที่โครงสร้างเดิมมักเริ่มถูกทดสอบ

เป็นช่วงที่พบบ่อยที่สุดว่าผู้ถือหุ้นเริ่มมีความเห็นต่าง มีคนอยากออก หรือมีนักลงทุนสนใจเข้ามา กิจการที่มีสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นและข้อบังคับที่ร่างไว้เฉพาะกิจการ จะมีคำตอบพร้อมอยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร ส่วนกิจการที่ไม่มี มักต้องเริ่มเจรจากันใหม่ทั้งหมดในจังหวะที่ยากที่สุด

ปีที่ 5+

เมื่อถึงเวลาส่งต่อหรือขายกิจการ

ผู้ซื้อและนักลงทุนจะขอตรวจเอกสารย้อนหลังทั้งหมด ทั้งรายงานการประชุม มติ ทะเบียนผู้ถือหุ้น และสัญญาที่ใช้จริง กิจการที่เก็บเอกสารครบมาตั้งแต่ปีแรก มักผ่านขั้นตอนนี้ได้เร็วกว่าและต่อรองได้ดีกว่า

เรายินดีดูแลต่อ แม้ในส่วนที่ไม่ได้คิดเงิน

ลูกค้าทุกแพ็กเกจได้รับการแจ้งเตือนกำหนดหน้าที่ตามกฎหมายปีแรกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเมื่อมีคำถามสั้น ๆ ที่ตอบได้ทันทีหลังพ้นช่วงดูแล เราก็ยินดีตอบให้โดยไม่คิดค่าบริการ เพราะเราตั้งใจให้ความสัมพันธ์นี้อยู่ยาว ไม่ได้ตั้งใจให้จบที่ใบเสร็จใบเดียว ส่วนงานที่ต้องใช้เวลาและความรับผิดชอบทางวิชาชีพจริง ๆ เราจะแจ้งขอบเขตและค่าบริการให้ทราบก่อนเสมอ

ราคาข้างต้นเป็นค่าบริการทางกฎหมาย ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการและค่าอากรแสตมป์ ซึ่งเป็นเงินที่จ่ายให้หน่วยงานรัฐโดยตรงตามอัตราที่กฎกระทรวงกำหนด8 ได้แก่ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ค่าหนังสือรับรอง ค่ารับรองสำเนาเอกสาร และค่าอากรแสตมป์ตามประเภทเอกสาร
ค่าบริการชำระเป็นมัดจำอย่างน้อยครึ่งหนึ่งก่อนเริ่มงาน ส่วนบริการปรึกษา 45 นาที ชำระเต็มจำนวนก่อนเริ่ม

ขอบเขตของช่วงดูแลหลังส่งมอบ — ครอบคลุมคำถามเกี่ยวกับเอกสารและโครงสร้างที่เราจัดทำให้ ถามได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอดช่วงเวลาที่ระบุ หากเป็นเรื่องใหม่ที่อยู่นอกเหนือจากนั้น เช่น ร่างสัญญาฉบับใหม่ ข้อพิพาทที่เกิดขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน เราจะแจ้งขอบเขตและค่าบริการให้ทราบก่อนเริ่มเสมอ ไม่มีการคิดเงินย้อนหลังโดยไม่บอก
05ขั้นตอนการทำงาน · Process

ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท คุณจะรู้ตลอดว่าอยู่ขั้นไหน

ระยะเวลาด้านล่างเป็นกรอบทั่วไปของแพ็กเกจ C ถึง F ส่วนแพ็กเกจ A จะข้ามขั้นที่ 2 และใช้เวลาสั้นกว่านี้

ขั้นที่ 1

ฟังโจทย์และตรวจความเป็นไปได้

ใครร่วมทุนบ้าง ใครลงเงิน ใครลงแรง มีชาวต่างชาติหรือไม่ ธุรกิจอยู่ในบัญชีที่มีข้อจำกัดหรือเปล่า — 45 นาที · เริ่มได้ทันที

ขั้นที่ 2

ออกแบบโครงสร้างและตกลงร่วมกัน

เสนอทางเลือกสัดส่วนหุ้น อำนาจกรรมการ และกลไกทางออก แล้วประชุมกับผู้ร่วมทุนทุกฝ่ายจนได้ข้อสรุป — 3–7 วันทำการ

ขั้นที่ 3

ร่างเอกสารและจองชื่อ

ร่างหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ และสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น พร้อมจองชื่อนิติบุคคลไว้ก่อน — 5–10 วันทำการ

ขั้นที่ 4

ยื่นจดทะเบียน

เมื่อเอกสารและลายมือชื่อครบ สามารถจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทในคราวเดียวกันได้ — 1–3 วันทำการ

ขั้นที่ 5

ส่งมอบและเริ่มใช้งานจริง

ขึ้นทะเบียนภาษี ชุดเอกสารเปิดบัญชีธนาคาร และอธิบายวิธีใช้เอกสารทุกฉบับให้กรรมการเข้าใจ — 5–15 วัน ขึ้นกับธนาคาร

06ผู้ดูแลงานนี้ · The Advisor

ประสบการณ์ด้านกฎหมายองค์กรธุรกิจ

การตัดสินใจตอนตั้งบริษัทเกือบทุกข้อกระทบทั้งด้านกฎหมาย ด้านภาษี และด้านงบการเงินไปพร้อมกัน การมีพื้นฐานครบทั้งสามด้าน ทำให้คำแนะนำแต่ละข้อไม่ขัดกันเอง และสำนักงานยังมีทีมบัญชีและทีมทนายความทำงานร่วมกันในเรื่องที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ

การศึกษา

Academic Background

เอกสยาม ชัยศร ศึกษาปริญญาโททางกฎหมาย 4 หลักสูตร ศึกษาปริญญาโททางบริหารธุรกิจ และศึกษาปริญญาตรีทางกฎหมาย รวมทั้งการบัญชีและการเงิน เป็นสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์ — ดูรายละเอียดในหน้าเกี่ยวกับเรา หรือ eksiamlegal.com

ปริญญาโท

กฎหมายการเงินและภาษีอากร

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย · คณะนิติศาสตร์

ปริญญาโท

กฎหมายระหว่างประเทศ (การลงทุนระหว่างประเทศ)

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย · คณะนิติศาสตร์

ปริญญาโท

กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ · คณะนิติศาสตร์

ปริญญาโท

กฎหมายอาญาและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ปริญญาโท

บริหารธุรกิจ สาขาการตลาด

มหาวิทยาลัยรามคำแหง · คณะบริหารธุรกิจ

ปริญญาตรี

การบัญชีและการเงิน

มหาวิทยาลัยรามคำแหง · คณะบริหารธุรกิจ

ปริญญาตรี

นิติศาสตร์

มหาวิทยาลัยรามคำแหง · คณะนิติศาสตร์

ประสบการณ์วิชาชีพ

Professional Experience
2543–

ที่ปรึกษากฎหมายองค์กรธุรกิจ (งานที่ปรึกษาส่วนตัว · Private Practice)

ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายหุ้นส่วน บริษัท และธุรกิจ แก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) กิจการครอบครัว และนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาตั้งกิจการในประเทศไทย

งานหลัก

จัดตั้งนิติบุคคลและวางโครงสร้างผู้ถือหุ้น

จัดตั้งบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน ออกแบบสัดส่วนการถือหุ้นและกลไกการตัดสินใจ ร่างข้อบังคับบริษัทเฉพาะกิจการ และจัดทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Agreement)

งานหลัก

โครงสร้างการลงทุนของคนต่างด้าว

ตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้นตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประเมินทางเลือกที่ถูกกฎหมายแทนการถือหุ้นแทน และพิจารณาความเป็นไปได้ในการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

งานหลัก

ธรรมาภิบาลและเอกสารองค์กร

ทบทวนอำนาจกรรมการและอำนาจลงนาม จัดทำหนังสือเชิญประชุม รายงานการประชุม และมติที่ถูกต้องตามแบบ รวมถึงการเพิ่มทุน ลดทุน โอนหุ้น และการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ

ข้อพิพาท

ข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นและกรรมการ

ให้คำปรึกษาในกรณีที่ความเห็นภายในกิจการเริ่มไม่ตรงกัน ตั้งแต่การตรวจสอบสิทธิตามกฎหมายและข้อบังคับ การเจรจา ไปจนถึงการดำเนินคดี ซึ่งทีมทนายความของสำนักงานเป็นผู้ดำเนินการในชั้นศาล

สมาชิก

องค์กรวิชาชีพกฎหมาย

สมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์

กฎหมายหลัก

กรอบกฎหมายที่ใช้ในงานนี้โดยตรง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 22 ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัท · พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 · พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 · พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 · พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)

อ่านประวัติฉบับเต็มในหน้าเกี่ยวกับเรา

07ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน · Expertise

ขอบเขตงานที่เราดูแลในการจดทะเบียนบริษัท

08มาตรฐานการทำงาน · Standards

เหตุใดจึงควรไว้วางใจงานนี้กับเรา

กฎหมายบริษัท ภาษีอากร และบัญชีในคนเดียว — การตัดสินใจตอนตั้งบริษัทกระทบทั้งสามด้านพร้อมกัน เมื่ออยู่ในหัวคนเดียว คำแนะนำจึงไม่ขัดกันเอง

แสดงราคาชัดเจนทุกแพ็กเกจ — เห็นตัวเลขก่อนติดต่อ ไม่มีคำว่า “สอบถามราคา” และแจ้งค่าธรรมเนียมราชการที่ต้องจ่ายเพิ่มให้ทราบก่อนยื่น

บอกตรงเมื่อคุณไม่ต้องจ่ายแพง — ถ้ากิจการของคุณไม่ซับซ้อนพอ เราจะแนะนำแพ็กเกจเล็กหรือบอกให้ไปใช้สำนักงานบัญชีแทน

ตรวจประเด็นคนต่างด้าวก่อนจด ไม่ใช่หลังโดนตรวจสอบ — เพราะการถือหุ้นแทนเป็นความผิดอาญา และแก้หลังตั้งบริษัทแล้วมีต้นทุนสูงกว่ามาก

ร่างเอกสารเฉพาะกิจการ ไม่ใช่แบบสำเร็จรูป — ข้อบังคับและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นร่างตามความสัมพันธ์จริงของผู้ร่วมทุนแต่ละราย

ทำงานได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ — รองรับผู้ร่วมทุนชาวต่างชาติ ทั้งการประชุมและเอกสารสองภาษา

มีทั้งทีมกฎหมาย ทีมทนายความ และทีมบัญชีในที่เดียว — เรื่องโครงสร้างและเอกสารดูแลโดยนักกฎหมาย งานบัญชีดูแลโดยทีมบัญชีของสำนักงาน และหากเรื่องต้องขึ้นศาล ทีมทนายความรับช่วงต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเล่าเรื่องใหม่

ไม่รับประกันผลที่อยู่นอกอำนาจเรา — เรื่องที่ขึ้นกับดุลพินิจของหน่วยงานรัฐ เช่น ใบอนุญาตหรือสิทธิส่งเสริมการลงทุน เราแจ้งโอกาสตามจริงตั้งแต่ต้น

รักษาความลับของลูกค้าอย่างเคร่งครัด — ผูกพันตามความสัมพันธ์ระหว่างที่ปรึกษากฎหมายและลูกค้า และจรรยาบรรณวิชาชีพทุกประการ

ทีมที่ปรึกษา

หน้านี้แนะนำ เอกสยาม ชัยศร ในฐานะนักกฎหมายองค์กรธุรกิจผู้ดูแลงานด้วยตนเอง แต่งานจริงเป็นงานของทีม บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด มีทั้งทีมทนายความ นักบัญชี และผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Certified Public Accountant — CPA) ทำงานร่วมกัน งานโครงสร้างและเอกสารกำกับกิจการดูแลโดยนักกฎหมาย งานบัญชีดูแลโดยทีมบัญชี และงานว่าความในชั้นศาลดำเนินการโดยทีมทนายความของสำนักงาน

09คำถามที่พบบ่อย · FAQ

คำถามที่คนถามก่อนตัดสินใจ

ทำไมราคาสูงกว่าที่อื่นที่คิด 5,000–8,000 บาท

เพราะเป็นคนละงานกัน งานจดทะเบียนอย่างเดียวคือการกรอกและยื่นเอกสาร ราคานั้นสมเหตุผลแล้วและเราไม่พยายามแข่ง แต่แพ็กเกจ C ขึ้นไปคือการออกแบบสัดส่วนผู้ถือหุ้น ร่างข้อบังคับเฉพาะกิจการ และทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นงานร่างสัญญา ไม่ใช่งานกรอกแบบฟอร์ม ถ้าคุณตัดสินใจโครงสร้างเรียบร้อยแล้วจริง ๆ แพ็กเกจ A หรือสำนักงานบัญชีก็เพียงพอ และเราจะบอกคุณตรง ๆ ถ้าเห็นว่าเป็นแบบนั้น

จดทะเบียนบริษัทที่ไหนดี เลือกอย่างไร

ดูจากความซับซ้อนของกิจการเป็นหลักครับ ถ้ามีผู้ถือหุ้นคนเดียว ธุรกิจไม่ต้องขอใบอนุญาตพิเศษ และไม่มีผู้ร่วมทุนชาวต่างชาติ สำนักงานบัญชีที่รับจดทะเบียนบริษัทตอบโจทย์ได้ดีและประหยัดกว่า แต่ถ้ามีหุ้นส่วนตั้งแต่สองคนขึ้นไป มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้อง หรือวางแผนรับนักลงทุนในอนาคต ควรให้นักกฎหมายออกแบบโครงสร้างให้ตั้งแต่ต้น เพราะเอกสารชุดนี้จะกำหนดว่าใครตัดสินใจอะไรได้ไปอีกหลายปี

ค่าบริการจดทะเบียนบริษัท เท่าไหร่ถึงเรียกว่าสมเหตุผล

งานยื่นจดทะเบียนอย่างเดียวราคาตลาดอยู่ราวหลักพันถึงหมื่นต้น ๆ ซึ่งสมเหตุผลแล้วสำหรับขอบเขตงานนั้น ส่วนงานออกแบบโครงสร้างผู้ถือหุ้น ร่างข้อบังคับ และสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น เป็นงานร่างเอกสารทางกฎหมายที่คิดค่าบริการต่างออกไป เราจึงแยกราคาให้เห็นทั้งสองส่วน และแสดงราคาหากซื้อแยกทีละรายการไว้เทียบด้วย เพื่อให้คุณตัดสินใจได้เองว่าจ่ายเพื่ออะไร

จดทะเบียนบริษัทเองได้ไหม

ได้ และไม่ยากด้วย กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีระบบจดทะเบียนออนไลน์และคู่มือครบถ้วน สิ่งที่ยากไม่ใช่ขั้นตอนการยื่น แต่คือการตัดสินใจว่าจะเขียนอะไรลงไปในเอกสาร เพราะรายการหลายอย่าง เช่น วัตถุประสงค์และข้อบังคับ เมื่อจะแก้ไขภายหลังต้องใช้มติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น3

ใช้เวลากี่วันจึงจะได้บริษัท

เฉพาะขั้นตอนยื่นจดทะเบียนใช้เวลาไม่นาน หากเอกสารครบ สามารถจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทในคราวเดียวกันได้ ส่วนขั้นตอนออกแบบโครงสร้างและจัดทำเอกสารจะใช้เวลาตามความละเอียดของงาน โดยรวมแพ็กเกจ A และ B ประมาณ 5–10 วันทำการ แพ็กเกจ C ถึง F ประมาณ 2–4 สัปดาห์

ราคานี้รวมค่าธรรมเนียมราชการหรือไม่

ไม่รวม ค่าธรรมเนียมกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและค่าอากรแสตมป์เป็นเงินที่จ่ายให้รัฐโดยตรงตามอัตราที่กฎกระทรวงกำหนด8 เราแจ้งยอดจริงให้ทราบก่อนยื่นทุกครั้ง และไม่บวกเพิ่มจากอัตราราชการ

คนต่างชาติถือหุ้นได้กี่เปอร์เซ็นต์

ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดบัญชีธุรกิจที่ห้ามหรือจำกัดไว้ และนิยาม “คนต่างด้าว” พิจารณาจากสัดส่วนหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป2 กรณีที่ต้องการสัดส่วนต่างชาติสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ต้องพิจารณาช่องทางที่ถูกกฎหมาย เช่น การขอใบอนุญาต สนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง หรือการขอรับการส่งเสริมการลงทุน — ไม่ใช่การใช้ผู้ถือหุ้นไทยถือแทน ซึ่งเป็นความผิดอาญา

ยังไม่พร้อมทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ทำทีหลังได้ไหม

ทำทีหลังได้ แต่ต้นทุนต่างกันมาก ตอนตั้งบริษัททุกคนยังตกลงกันง่ายเพราะยังไม่มีอะไรให้แย่ง เมื่อกิจการเริ่มมีกำไรหรือเริ่มมีความเห็นต่าง การขอให้ทุกฝ่ายลงนามในกติกาใหม่จะยากขึ้นมาก และบางกรณีทำไม่ได้เลยเพราะฝ่ายที่ได้เปรียบอยู่ไม่มีเหตุผลที่จะเซ็น

มีบริษัทอยู่แล้ว แต่โครงสร้างไม่ดี แก้ได้ไหม

ส่วนใหญ่แก้ได้ แต่ต้องดูเป็นรายกรณี บางเรื่องแก้ได้ด้วยการทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นเพิ่ม บางเรื่องต้องใช้มติพิเศษและจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง และบางเรื่องกระทบภาระภาษี แนะนำให้เริ่มจากการปรึกษา 45 นาทีเพื่อประเมินก่อนว่าคุ้มที่จะแก้หรือไม่ ถ้าไม่คุ้ม เราจะบอกคุณ

ถ้าเรื่องบานปลายจนต้องขึ้นศาล ต้องไปหาทนายที่อื่นไหม

ไม่ต้องครับ สำนักงานมีทีมทนายความทำงานร่วมกันอยู่แล้ว งานวางโครงสร้างและเอกสารกำกับกิจการดูแลโดยนักกฎหมาย ส่วนงานว่าความในชั้นศาลดำเนินการโดยทีมทนายความของสำนักงาน ข้อดีคือคนที่ขึ้นศาลให้คุณ อ่านเอกสารชุดเดียวกับคนที่ร่างมันมาตั้งแต่ต้น จึงไม่ต้องเริ่มเล่าเรื่องใหม่ และเราจะบอกตรง ๆ ตั้งแต่แรกว่าเรื่องของคุณควรจบด้วยการเจรจาหรือควรฟ้อง

ชำระเงินอย่างไร และมีการรับประกันผลหรือไม่

บริการปรึกษาชำระเต็มจำนวนก่อนเริ่ม และหากเลือกแพ็กเกจต่อภายใน 30 วัน เราหักค่าปรึกษา ฿4,900 คืนให้เต็มจำนวนกับทุกแพ็กเกจ ส่วนแพ็กเกจจดทะเบียนและงานวางโครงสร้างชำระมัดจำอย่างน้อยครึ่งหนึ่งก่อนเริ่มงาน ส่วนที่เหลือชำระเมื่อส่งมอบ เราไม่รับประกันผลลัพธ์ที่ขึ้นกับดุลพินิจของหน่วยงานรัฐ เช่น การอนุมัติใบอนุญาตหรือสิทธิส่งเสริมการลงทุน แต่รับประกันว่าจะบอกคุณตรง ๆ ตั้งแต่ต้นว่าโอกาสเป็นอย่างไร

ให้บริการเฉพาะกรุงเทพหรือไม่

รับงานทั่วประเทศ การปรึกษาและการทำงานส่วนใหญ่ทำผ่านออนไลน์ได้ทั้งหมด ส่วนขั้นตอนที่ต้องใช้ลายมือชื่อจริงจะจัดส่งเอกสารและนัดหมายตามความสะดวก

เชิงอรรถ · ฐานกฎหมายที่อ้างถึง
  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1193 ว่าด้วยเสียงชี้ขาดของประธานในที่ประชุมเมื่อคะแนนเสียงเท่ากัน และมาตรา 1194 ว่าด้วยมติพิเศษซึ่งต้องได้คะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
  2. พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ว่าด้วยนิยาม “คนต่างด้าว” ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่มีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งถือโดยคนต่างด้าว, บัญชีหนึ่งถึงบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติ ว่าด้วยธุรกิจที่ห้ามหรือจำกัด และมาตรา 36 ว่าด้วยความรับผิดทางอาญาของผู้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว
  3. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1098 ว่าด้วยรายการที่ต้องมีในหนังสือบริคณห์สนธิ ซึ่งรวมถึงวัตถุที่ประสงค์และจำนวนทุนเรือนหุ้น และมาตรา 1145 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับซึ่งต้องกระทำโดยมติพิเศษ
  4. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1105 ว่าด้วยการออกหุ้นและมูลค่าหุ้น และมาตรา 1110 ว่าด้วยการเรียกให้ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นใช้เงินค่าหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น; หลักเกณฑ์เรื่องทุนจดทะเบียนที่เกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานของคนต่างชาติเป็นไปตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และหลักเกณฑ์ของกรมการจัดหางาน ซึ่งควรตรวจสอบเป็นรายกรณี
  5. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 ว่าด้วยแบบของการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อ ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนโดยมีพยานรับรอง มิฉะนั้นเป็นโมฆะ และมาตรา 1130 ว่าด้วยหุ้นที่ยังส่งใช้เงินไม่ครบ; สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นไม่มีบทบัญญัติเฉพาะ แต่ตั้งอยู่บนหลักเสรีภาพในการทำสัญญา จึงต้องร่างให้สอดคล้องกับข้อบังคับบริษัทและบทบัญญัติที่เป็นบทบังคับ
  6. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1150 ว่าด้วยจำนวนกรรมการและบำเหน็จกรรมการซึ่งที่ประชุมใหญ่เป็นผู้กำหนด, มาตรา 1201 ว่าด้วยการจ่ายเงินปันผลซึ่งจ่ายได้จากกำไรเท่านั้น และมาตรา 1202 ว่าด้วยการจัดสรรทุนสำรอง
  7. ประมวลรัษฎากร มาตรา 81/1 ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา และมาตรา 85/1 ว่าด้วยกำหนดเวลายื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม; รายละเอียดเชิงลึกด้านภาษีอยู่ที่ eksiamtax.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ดูแลเรื่องภาษีของเราโดยเฉพาะ
  8. กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ออกตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกอบประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และประมวลรัษฎากร ลักษณะ 2 หมวด 6 ว่าด้วยอากรแสตมป์
  9. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1197 ว่าด้วยการนำงบการเงินเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญเพื่ออนุมัติภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชี ประกอบประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรื่องแนวทางปฏิบัติในการยื่นงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ซึ่งกำหนดให้ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ภายในสิบสี่วันนับแต่วันประชุม และยื่นงบการเงินภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติ

อัปเดตล่าสุด: 19 กรกฎาคม 2569 · ข้อกฎหมายที่อ้างถึงในหน้านี้เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่อัปเดต

10เริ่มต้น · Get Started

บอกเราว่าใครจะร่วมทุนกับคุณบ้าง

คำถามแรกที่เราจะถามคือมีใครร่วมทุนกับคุณบ้าง ใครลงเงิน ใครลงแรง และมีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องไหม เพราะสามข้อนี้เป็นตัวกำหนดเกือบทุกอย่างที่ตามมา เล่ามาเท่าที่สะดวกก่อนก็ได้ครับ

เราตอบกลับภายในวันทำการ — ข้อมูลของคุณเป็นความลับอย่างเคร่งครัด

โทรปรึกษา ส่งเรื่อง
LINE WhatsApp โทร 081-654-5922