ภาษีเงินได้นิติบุคคล: กำไรสุทธิ อัตราภาษี กำหนดยื่น และรายจ่ายต้องห้าม

คู่มือภาษีนิติบุคคลฉบับอ่านง่ายสำหรับเจ้าของบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัด — พร้อมกฎหมายอ้างอิงจากประมวลรัษฎากร

📅 มีนาคม 2568 ⏱️ เวลาอ่าน 12 นาที 📂 กฎหมายภาษี ✍️ โดย เอกสยาม ชัยศร
กฎหมายที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้
๑. ประมวลรัษฎากร มาตรา ๖๕ — นิยามกำไรสุทธิและหลักเกณฑ์สิทธิ
๒. ประมวลรัษฎากร มาตรา ๖๕ ทวิ — เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ
๓. ประมวลรัษฎากร มาตรา ๖๕ ตรี — รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี
๔. ประมวลรัษฎากร มาตรา ๖๖ — ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
๕. ประมวลรัษฎากร มาตรา ๖๗ ทวิ — การยื่นภาษีกลางปี (ภ.ง.ด.51)
๖. ประมวลรัษฎากร มาตรา ๖๘–๖๙ — กำหนดเวลายื่นภาษีปลายปี (ภ.ง.ด.50)

ใครต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล?

ประมวลรัษฎากรมาตรา ๖๖ กำหนดว่าบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งในทางปฏิบัติครอบคลุมบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล และกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ที่จดทะเบียนในประเทศไทย รวมถึงสาขาของบริษัทต่างชาติที่ดำเนินกิจการในประเทศไทย

กำไรสุทธิ: ฐานภาษีที่ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง

ประมวลรัษฎากรมาตรา ๖๕ วางหลักการคำนวณกำไรสุทธิว่า

"เงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามความในส่วนนี้ คือกำไรสุทธิซึ่งคำนวณได้จากรายได้จากกิจการ หรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา ๖๕ ทวิ และมาตรา ๖๕ ตรี"
— ประมวลรัษฎากร มาตรา ๖๕

หลักสำคัญที่มาตรา ๖๕ กำหนดอีกประการหนึ่งคือ "หลักเกณฑ์สิทธิ" (Accrual Basis) ซึ่งหมายความว่า รายได้ต้องนำมารวมในรอบบัญชีที่เกิดสิทธิจะได้รับ ไม่ใช่เมื่อได้รับเงินจริง และรายจ่ายต้องนำมาหักในรอบบัญชีที่มีหน้าที่ต้องจ่าย ไม่ใช่เมื่อจ่ายจริง นี่คือหัวใจของระบบบัญชีที่ถูกต้องตามภาษี

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลมาตรฐานคือ ๒๐% ของกำไรสุทธิ แต่บริษัทที่จัดเป็น "วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม" หรือ SMEs ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน ๕ ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวมกันไม่เกิน ๓๐ ล้านบาทต่อรอบระยะเวลาบัญชี จะได้รับอัตราภาษีพิเศษดังนี้

กำไรสุทธิ บริษัททั่วไป SME (ทุน ≤ 5 ล้าน / รายได้ ≤ 30 ล้าน)
ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐% ยกเว้น (๐%)
๓๐๐,๐๐๑ – ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐% ๑๕%
เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ๒๐% ๒๐%

นอกจากนี้ บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้รับอัตราภาษีพิเศษในบางกรณี และบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลาที่กำหนด

รายจ่ายต้องห้าม: สิ่งที่หักจากรายได้ไม่ได้

ประมวลรัษฎากรมาตรา ๖๕ ตรี กำหนดรายจ่ายต้องห้ามที่นำมาหักออกจากรายได้เพื่อคำนวณกำไรสุทธิไม่ได้ ซึ่งเป็นจุดที่ธุรกิจมักเข้าใจผิดและนำไปสู่การถูกประเมินภาษีเพิ่ม รายจ่ายต้องห้ามสำคัญ ได้แก่

ประเภทรายจ่ายต้องห้าม คำอธิบาย
รายจ่ายส่วนตัว รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการโดยตรง เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการที่นำมาเบิกจากบริษัท
เงินสมทบกองทุนส่วนเกิน เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเกินอัตราที่กฎหมายอนุญาต (สูงสุด ๑๕% ของค่าจ้าง)
ค่าปรับ ค่าเสียหาย เบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีอากรที่ต้องชำระ รวมถึงค่าปรับจากการฝ่าฝืนกฎหมาย
รายจ่ายที่ไม่มีหลักฐาน รายจ่ายที่ไม่มีใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานอันสมควร
ค่าของขวัญและเลี้ยงรับรองเกินอัตรา ค่าของขวัญหักได้ไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาทต่อคนต่อคราว ค่าเลี้ยงรับรองหักได้ไม่เกิน ๐.๓% ของรายได้
ดอกเบี้ยเงินกู้จากผู้ถือหุ้นเกินอัตราตลาด หากบริษัทกู้เงินจากผู้ถือหุ้นในอัตราดอกเบี้ยสูงเกินสมควร ส่วนที่เกินอาจถูกตีความเป็นรายจ่ายต้องห้าม

กำหนดการยื่นภาษี: อย่าพลาดกำหนดเวลา

บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหน้าที่ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล ๒ ครั้งต่อปี ตามประมวลรัษฎากร

แบบยื่น ช่วงเวลา กำหนดยื่น หมายเหตุ
ภ.ง.ด.51 (กลางปี) ครึ่งปีแรกของรอบบัญชี ภายใน ๒ เดือนนับจากวันสุดท้ายของ ๖ เดือนแรก ชำระภาษีครึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรทั้งปี
ภ.ง.ด.50 (ปลายปี) ทั้งรอบบัญชี ภายใน ๑๕๐ วันนับจากวันสุดท้ายของรอบบัญชี ยื่นงบการเงินและชำระภาษีส่วนที่เหลือ

สำหรับรอบบัญชีที่สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม (รอบบัญชีทั่วไป) หมายความว่า ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ภายในวันที่ ๓๑ สิงหาคม และต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคมของปีถัดไป (ยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ได้รับขยายเวลา ๘ วัน)

กรณียื่น ภ.ง.ด.51 แล้วประมาณการกำไรต่ำกว่าที่ควรเกินกว่า ๒๕% ของกำไรสุทธิจริง จะมีเงินเพิ่มอีก ๒๐% ของภาษีส่วนที่ขาด ซึ่งเป็นต้นทุนที่ธุรกิจควรหลีกเลี่ยงด้วยการประมาณการอย่างรอบคอบ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: หน้าที่ที่ธุรกิจมักลืม

นอกจากภาษีนิติบุคคลแล้ว บริษัทยังมีหน้าที่เป็น "ผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย" เมื่อจ่ายเงินบางประเภท ซึ่งต้องนำส่งกรมสรรพากรภายในวันที่ ๗ ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ ๑๕ กรณียื่นทางอินเทอร์เน็ต) อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อยในธุรกิจทั่วไป ได้แก่ ค่าบริการ ๓%, ค่าเช่า ๕%, เงินปันผล ๑๐%, ค่าจ้างพนักงาน (ตามอัตราก้าวหน้า) และการจ่ายให้บริษัทต่างประเทศอาจต้องหักสูงถึง ๑๕%

การวางแผนภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

การวางแผนภาษีที่ดีต้องแยกให้ออกระหว่าง "การวางแผนภาษี" (Tax Planning) ซึ่งใช้สิทธิประโยชน์ที่กฎหมายอนุญาต กับ "การหลีกเลี่ยงภาษีโดยไม่ชอบ" (Tax Evasion) ซึ่งมีโทษทางอาญา แนวทางการวางแผนภาษีอย่างถูกต้องที่บริษัทควรพิจารณา ได้แก่ การใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายได้สองเท่า (Double Deduction) สำหรับค่าใช้จ่ายด้าน R&D และการฝึกอบรม การวางโครงสร้างเงินเดือนกรรมการที่เหมาะสม และการพิจารณาขอรับส่งเสริม BOI ถ้าเข้าเงื่อนไข

⚠️ สัญญาณเตือนที่สรรพากรให้ความสนใจ
  • รายจ่ายสูงผิดปกติเมื่อเทียบกับรายได้ โดยเฉพาะค่าที่ปรึกษาและค่าโฆษณา
  • รายได้ต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับธุรกิจประเภทเดียวกัน
  • ยื่น ภ.ง.ด.51 โดยประมาณการกำไรต่ำมากทุกปี แล้วกำไรจริงสูงกว่ามาก
  • รายการระหว่างกันกับบริษัทในกลุ่มโดยไม่มี Transfer Pricing Policy
  • ขาดเอกสารประกอบรายจ่ายที่ครบถ้วน

ทำไมธุรกิจต้องการที่ปรึกษาที่เข้าใจทั้งกฎหมายและบัญชี?

ภาษีนิติบุคคลมีความเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับการบัญชีและกฎหมายองค์กรธุรกิจ ความผิดพลาดในการวางโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่ต้นอาจนำไปสู่ภาระภาษีที่ไม่จำเป็น ในทางกลับกัน การวางแผนที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นสามารถลดภาระภาษีอย่างถูกกฎหมายได้อย่างมีนัยสำคัญ

เอกสยาม ชัยศร ที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญทั้งกฎหมายองค์กรธุรกิจและประสบการณ์จริงจากการบริหารองค์กรธุรกิจ พร้อมให้คำปรึกษาด้านโครงสร้างภาษีที่เหมาะสม การตรวจสอบเอกสารและสัญญาที่มีผลต่อภาษี และการให้ความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับประเด็นภาษีที่ธุรกิจกำลังเผชิญ

มีคำถามเรื่องภาษีนิติบุคคล?

ที่ปรึกษาของเราพร้อมช่วยทบทวนโครงสร้างภาษีและให้คำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง

ขอรับคำปรึกษา
สรุปสาระสำคัญ
  • ภาษีนิติบุคคลคิดจากกำไรสุทธิ (รายได้ หัก รายจ่ายที่ยอมให้หัก) — ไม่ใช่รายได้ทั้งหมด
  • อัตรามาตรฐาน ๒๐% แต่ SME ที่ทุน ≤ ๕ล้าน รายได้ ≤ ๓๐ล้าน ได้อัตราพิเศษถึง ๐%
  • ยื่น ภ.ง.ด.51 กลางปี ภายใน ๒ เดือน / ยื่น ภ.ง.ด.50 ปลายปีภายใน ๑๕๐ วัน
  • ประมาณการกำไรต่ำกว่าจริงเกิน ๒๕% มีเงินเพิ่ม ๒๐% ของภาษีส่วนที่ขาด
  • รายจ่ายต้องมีหลักฐานครบถ้วนและต้องเกี่ยวข้องกับกิจการโดยตรง