๑. ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง — อำนาจกรรมการในการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
๒. ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๙๕ — สิทธิของกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในการร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่
๓. ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๖๐ และ ๑๑๖๑ — องค์ประชุมกรรมการ และมติคณะกรรมการถือเอาเสียงข้างมาก
๔. ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๖๒ — การนัดเรียกประชุมคณะกรรมการ
คดีอ้างอิง: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2567 (ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจ คดีหมายเลขดำ พณ.50/2566)
สารบัญ
ภาพรวมคดีและข้อเท็จจริง
คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยประเด็น "วิธีการลงมติของคณะกรรมการบริษัทเพื่อเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น" — โดยเฉพาะคำถามที่ว่า กรรมการสามารถลงมติผ่านหนังสือโต้ตอบโดยไม่ต้องนัดประชุมจริงๆ ได้หรือไม่
ข้อเท็จจริงสรุปได้ว่า บริษัท จ. มีกรรมการ ๓ คน ถือหุ้นในสัดส่วน ๒๕,๐๐๐ หุ้น (ผู้ร้อง), ๒๔,๙๙๙ หุ้น (ผู้คัดค้านที่ ๑) และ ๑ หุ้น (ผู้คัดค้านที่ ๒) รวม ๕๐,๐๐๐ หุ้น เมื่อผู้คัดค้านที่ ๑ ต้องการเรียกประชุมวิสามัญเพื่อถอดถอนผู้ร้องออกจากการเป็นกรรมการ จึงใช้วิธีส่งหนังสือให้กรรมการแต่ละคนทำเครื่องหมาย "เห็นชอบ" หรือ "ไม่เห็นชอบ" แล้วส่งกลับมาภายในวันที่กำหนด แทนที่จะนัดประชุมกรรมการจริงๆ
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| ๑๕ ม.ค. ๒๕๖๓ | ผู้คัดค้านที่ ๑ ส่งหนังสือให้กรรมการโหวตเห็นชอบ/ไม่เห็นชอบ กำหนดส่งกลับ ๒๒ ม.ค. |
| ๒๒ ม.ค. ๒๕๖๓ | กำหนดส่งคืนหนังสือโหวต — ผู้ร้องรับหนังสือแต่ไม่ตอบกลับ |
| ๒๓ ม.ค. ๒๕๖๓ | ผู้คัดค้านทั้งสองสรุปผลว่า "มีมติเสียงข้างมาก ๒/๓" เรียกประชุมวิสามัญ |
| ๓ ก.พ. ๒๕๖๓ | ส่งหนังสือเชิญประชุมวิสามัญ + ประกาศหนังสือพิมพ์ |
| ๑๖ ก.พ. ๒๕๖๓ | ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ — มีมติถอดถอนผู้ร้องออกจากกรรมการ |
ประเด็นกฎหมายที่ศาลต้องวินิจฉัย
ประเด็นหลักในคดีนี้คือ มติของคณะกรรมการที่ "ลงมติ" ผ่านการส่งหนังสือตอบกลับ — โดยไม่มีการนัดประชุมและปรึกษาหารือร่วมกัน — ถือเป็นมติที่ชอบด้วย ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง หรือไม่
บทบัญญัติที่เป็นหัวใจของคดีคือมาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดว่า
"กรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร"
— ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง
คำว่า "กรรมการ" ในมาตรานี้ศาลวินิจฉัยว่าหมายถึง คณะกรรมการ ไม่ใช่กรรมการคนใดคนหนึ่ง และการที่คณะกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญได้นั้น ต้องผ่านกระบวนการ ๒ ขั้นตอน คือ (๑) นัดประชุมคณะกรรมการก่อน และ (๒) ลงมติด้วยเสียงข้างมากตามมาตรา ๑๑๖๑
เหตุผลของศาลฎีกา: ทำไมการส่งหนังสือโหวตจึงไม่เพียงพอ
ศาลฎีกาอธิบายหลักการไว้อย่างชัดเจนว่า แม้กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทไม่ได้กำหนด รูปแบบ ของการประชุมคณะกรรมการไว้ แต่ความหมายของคำว่า "การประชุม" ย่อมนำมาซึ่งข้อสรุปว่า
"เป็นกรณีที่กรรมการของบริษัทต้องร่วมกันในการปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับเรื่องที่จะประชุมก่อนลงมติว่าจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นหรือไม่"
ดังนั้น กระบวนการที่ผู้คัดค้านที่ ๑ ใช้ — คือส่งหนังสือให้กรรมการแต่ละคนทำเครื่องหมายเห็นชอบ/ไม่เห็นชอบแล้วส่งกลับ — ขาดองค์ประกอบสำคัญสองประการ ได้แก่
ประการแรก ไม่มีการ นัดเรียกประชุมคณะกรรมการ เพื่อลงมติโดยเฉพาะสำหรับเรื่องนี้ เพราะหนังสือดังกล่าวเพียงแค่ขอให้กรรมการแต่ละคน "โหวต" เป็นรายบุคคลและส่งกลับ ไม่ใช่การนัดมาพบกันหรือพูดคุยกัน ประการที่สอง ไม่มีการ ปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความเห็น ซึ่งเป็นสาระสำคัญของการประชุม เพราะการ "ประชุม" ในความหมายของกฎหมายต้องให้กรรมการมีโอกาสรับรู้ข้อมูล ซักถาม และโต้แย้งกันก่อนลงมติ
ข้อต่อสู้ของผู้คัดค้าน และที่ศาลไม่รับฟัง
ผู้คัดค้านทั้งสองอ้างว่า วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๓ เป็น "วันนัดประชุมประจำเดือน" ที่บริษัทกำหนดไว้ว่าจะประชุมทุกวันที่ ๒๓ ของเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒ ดังนั้นจึงถือว่าได้มีการประชุมคณะกรรมการโดยชอบแล้ว
ศาลฎีกาไม่รับฟังข้อต่อสู้นี้ด้วยเหตุผลสองข้อ คือ หนึ่ง ประกาศนัดประชุมทุกวันที่ ๒๓ เป็นเพียง ประมาณการ เพราะยังอาจมีการเลื่อนหรืองดได้ และสอง การประชุมประจำเดือนเป็นการประชุมเพื่อ บริหารงานทั่วไป ของบริษัท ไม่อาจหมายความรวมถึงการประชุมเพื่อมีมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นตามมาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง
ผลของคดีและผลทางกฎหมายที่ตามมา
เมื่อมติคณะกรรมการที่ให้เรียกประชุมวิสามัญ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าย่อมทำให้การนัดเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ตลอดจนการประชุมและการลงมติที่ดำเนินการต่อเนื่องมาไม่ชอบด้วยเช่นกัน ดังนี้
| ขั้นตอน | ผลทางกฎหมาย |
|---|---|
| มติคณะกรรมการให้เรียกประชุมวิสามัญ (๒๓ ม.ค. ๖๓) | ไม่ชอบ |
| การนัดเรียกประชุมวิสามัญ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ | ไม่ชอบ |
| การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (๑๖ ก.พ. ๖๓) | ถูกเพิกถอน |
| มติถอดถอนผู้ร้องออกจากกรรมการ | ถูกเพิกถอน |
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับให้เพิกถอนการประชุมวิสามัญดังกล่าว และศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ จึงพิพากษายืน ฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองฟังไม่ขึ้น
บทเรียนสำหรับกรรมการและผู้ถือหุ้นในทางปฏิบัติ
คำพิพากษานี้ให้บทเรียนที่ชัดเจนสำหรับการบริหารบริษัทจำกัด โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ถือหุ้นมีความขัดแย้งกัน การดำเนินขั้นตอนให้ถูกต้องตามกฎหมายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
- นัดประชุมคณะกรรมการโดยเฉพาะสำหรับวาระนี้ ระบุวาระให้ชัดเจนในหนังสือนัดประชุม
- ให้กรรมการทุกคนมีโอกาสร่วมปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นก่อนลงมติ ไม่ใช่โหวตแบบ "polling" ทางเอกสาร
- บันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการให้ครบถ้วน ระบุผู้เข้าร่วม วาระ การอภิปราย และผลการลงมติ
- มติต้องได้เสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าประชุม ตามมาตรา ๑๑๖๑
- ตรวจสอบข้อบังคับของบริษัทว่ากำหนดขั้นตอนพิเศษใดๆ ไว้เพิ่มเติมหรือไม่
กรณีกรรมการฝ่ายหนึ่งไม่ยอมเข้าร่วมประชุม
ปัญหาในคดีนี้เกิดขึ้นเพราะผู้คัดค้านที่ ๑ เลือกใช้หนังสือโหวตแทนการนัดประชุมจริงๆ ในทางกฎหมาย หากกรรมการฝ่ายหนึ่งได้รับหนังสือนัดประชุมโดยชอบแต่ ไม่เข้าร่วมประชุม กรรมการที่มาประชุมจะลงมติได้เมื่อจำนวนผู้เข้าประชุมครบองค์ประชุม องค์ประชุมกรรมการเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทหรือที่คณะกรรมการกำหนดไว้ตามมาตรา ๑๑๕๘ และมาตรา ๑๑๖๐ หากไม่ได้กำหนดไว้และบริษัทมีกรรมการเกินกว่าสามคน ต้องมีกรรมการเข้าประชุมสามคนจึงเป็นองค์ประชุม ส่วนบริษัทที่มีกรรมการไม่เกินสามคน เช่น บริษัทในคดีนี้ มาตรา ๑๑๖๐ ไม่ได้กำหนดจำนวนไว้ จึงควรตรวจข้อบังคับเรื่ององค์ประชุมก่อนนัดประชุม เมื่อครบองค์ประชุมแล้ว มติถือเสียงข้างมากตามมาตรา ๑๑๖๑ และที่สำคัญ ต้องเป็นการ "ประชุม" จริงๆ ไม่ใช่การโหวตทางจดหมาย
สิทธิผู้ถือหุ้นในการร้องขอเพิกถอนมติ: มาตรา ๑๑๙๕
ในคดีนี้ผู้ร้องใช้สิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๙๕ ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุม ซึ่งบัญญัติว่า "การประชุมใหญ่นั้น ถ้าได้นัดเรียกหรือได้ประชุมกัน หรือได้ลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติในลักษณะนี้ก็ดี หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทก็ดี เมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดร้องขึ้นแล้ว ให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบนั้นเสีย แต่ต้องร้องขอภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันลงมตินั้น" กำหนดเดือนหนึ่งจึงนับจากวันลงมติ ไม่ใช่วันที่ผู้ร้องทราบมติ
สิทธินี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ถือหุ้นที่ถูกเอาเปรียบหรือถูกดำเนินการโดยไม่ชอบ เพราะหากไม่ยื่นคำร้องภายในกำหนดเวลา มติที่ไม่ชอบอาจกลายเป็นผลผูกพันได้ตามกฎหมาย
เมื่อไรควรขอคำปรึกษาทางกฎหมาย
- ท่านได้รับหนังสือให้ลงมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นโดยไม่มีการนัดประชุมคณะกรรมการ
- มีการประชุมวิสามัญที่ท่านไม่ได้รับแจ้งหรือแจ้งไม่ถูกต้อง
- มีมติประชุมผู้ถือหุ้นที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของท่านในบริษัท
- ท่านต้องการเรียกประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณาถอดถอนกรรมการ
- มีข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทของท่าน
เอกสยาม ชัยศร ที่ปรึกษากฎหมายด้านกฎหมายหุ้นส่วน บริษัท และธุรกิจ พร้อมให้คำปรึกษาทั้งในแง่การวางขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนดำเนินการ และการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นเมื่อเกิดข้อพิพาท
มีข้อพิพาทเรื่องการประชุมผู้ถือหุ้นหรือมติบริษัท?
ที่ปรึกษากฎหมายของเราพิจารณาทั้งมิติกฎหมาย ภาษีอากร และผลทางธุรกิจไปพร้อมกัน — พร้อมช่วยปกป้องสิทธิและวางกลยุทธ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- คำว่า "กรรมการ" ใน ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง หมายถึง คณะกรรมการ ไม่ใช่กรรมการคนเดียว
- ก่อนเรียกประชุมวิสามัญ ต้องมีการ ประชุมคณะกรรมการ เพื่อปรึกษาหารือและลงมติก่อน
- การส่งหนังสือให้กรรมการโหวตรายบุคคลโดยไม่มีการประชุมจริง ไม่ถือเป็น การประชุมคณะกรรมการตามกฎหมาย
- มติคณะกรรมการที่ไม่ชอบทำให้การนัดเรียกประชุม การประชุมวิสามัญ และการลงมติที่ตามมาไม่ชอบด้วย
- กรรมการหรือผู้ถือหุ้นร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๙๕ ได้ภายในเดือนหนึ่งนับแต่วันลงมติ