สัญญาจ้างงานที่รัดกุม: ข้อที่ต้องมี ข้อที่ต้องระวัง และข้อห้ามตามกฎหมาย

คู่มือร่างสัญญาจ้างงานที่ปกป้องทั้งนายจ้างและลูกจ้าง — พร้อมกฎหมายอ้างอิงจาก ป.พ.พ. และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

📅 มีนาคม 2568 ⏱️ เวลาอ่าน 11 นาที 📂 กฎหมายแรงงาน ✍️ โดย เอกสยาม ชัยศร
กฎหมายที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้
๑. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา ๕๗๕–๕๘๕ ว่าด้วยจ้างแรงงาน — กฎหมายแม่บทสัญญาจ้าง
๒. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ (แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน) — สิทธิขั้นต่ำที่ตัดออกจากสัญญาไม่ได้
๓. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา ๑๔ — สัญญาจ้างงานต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ
๔. ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๑ ว่าด้วยข้อสัญญาไม่เป็นธรรม — ข้อสัญญาที่อาจเป็นโมฆียะ

สัญญาจ้างงานคืออะไร และต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่?

ป.พ.พ. มาตรา ๕๗๕ ให้นิยามสัญญาจ้างแรงงานไว้ว่า

"อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้"
— ป.พ.พ. มาตรา ๕๗๕

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดให้สัญญาจ้างงานต้องทำเป็นหนังสือเสมอไป การตกลงด้วยวาจาก็มีผลผูกพันได้ แต่ปัญหาในทางปฏิบัติคือเมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้น ฝ่ายที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมักเสียเปรียบในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อศาลแรงงาน ดังนั้น ทั้งนายจ้างและลูกจ้างควรทำสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ

ข้อสำคัญที่สัญญาจ้างงานทุกฉบับต้องมี

สัญญาจ้างงานที่ดีควรระบุข้อความสำคัญอย่างน้อยดังต่อไปนี้

๑. ชื่อ-ที่อยู่ของทั้งสองฝ่าย — ระบุให้ชัดเจนว่าใครเป็นนายจ้าง ใครเป็นลูกจ้าง ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล ต้องระบุชื่อบริษัทและผู้มีอำนาจลงนาม

๒. ลักษณะงานและตำแหน่งหน้าที่ — อธิบายงานที่ต้องทำให้ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อพิพาทเรื่องการมอบหมายงานนอกขอบเขต ซึ่งอาจนำไปสู่การโต้แย้งว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างอย่างมีนัยสำคัญ

๓. อัตราค่าจ้างและวิธีการจ่าย — ระบุจำนวนเงิน วิธีชำระ (เงินสด/โอนธนาคาร) และกำหนดจ่ายให้ชัดเจน กฎหมายห้ามนายจ้างจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐกำหนด

๔. วันและเวลาทำงาน — พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานกำหนดชั่วโมงทำงานปกติไม่เกิน ๘ ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำหรับงานอันตรายต้องไม่เกิน ๗ ชั่วโมงต่อวัน

๕. วันหยุดและวันลา — วันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อย ๑ วัน วันหยุดตามประเพณี ๑๓ วัน วันลาป่วย ๓๐ วัน วันลากิจ ๓ วัน และวันลาคลอดสำหรับลูกจ้างหญิงไม่เกิน ๙๘ วัน

ช่วงทดลองงาน: สิทธิและข้อจำกัดที่นายจ้างต้องรู้

ช่วงทดลองงาน (Probation Period) เป็นประเด็นที่มักเข้าใจผิดบ่อยที่สุด นายจ้างหลายรายเชื่อว่าในช่วงทดลองงานสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใดๆ แต่ความจริงคือ แม้จะอยู่ในช่วงทดลองงาน ลูกจ้างก็ยังมีสิทธิตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานอยู่ครบถ้วน

ป.พ.พ. มาตรา ๕๘๒ วางหลักเรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้าว่า

"ถ้าคู่สัญญาไม่ได้กำหนดลงไว้ในสัญญาว่าจะจ้างกันนานเท่าไร ท่านว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่อีกฝ่ายหนึ่งในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวใดคราวหนึ่ง เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็อาจทำได้"
— ป.พ.พ. มาตรา ๕๘๒

ผลคือ ถ้านายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างที่อยู่ในช่วงทดลองงาน (สมมติว่าจ่ายเงินเดือนทุกสิ้นเดือน) นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ รอบการจ่ายค่าจ้าง หรือจะจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวก็ได้ ทั้งนี้ สิทธิการได้รับค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อทำงานครบ ๑๒๐ วันขึ้นไป

ข้อห้ามแข่งขันหลังออกจากงาน (Non-Compete Clause)

ข้อห้ามแข่งขัน (Non-Compete) เป็นประเด็นที่ซับซ้อนมากในกฎหมายไทย เพราะต่างจากบางประเทศที่กฎหมายรับรองอย่างชัดเจน กฎหมายแรงงานไทยไม่มีบทบัญญัติเฉพาะว่าด้วยข้อห้ามแข่งขัน ศาลจึงตัดสินกรณีเหล่านี้โดยอาศัยหลักทั่วไปใน ป.พ.พ. และหลักความสมเหตุสมผล

จากแนวคำพิพากษาของศาลฎีกา ข้อห้ามแข่งขันจะมีผลใช้บังคับได้ต้องผ่านการทดสอบ ๓ ประการ ได้แก่ ขอบเขตของธุรกิจต้องชัดเจนและไม่กว้างเกินไป ระยะเวลาต้องสมเหตุสมผล (ทั่วไปไม่เกิน ๒ ปีหลังออกจากงาน) และพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ต้องไม่กว้างเกินความจำเป็น หากข้อสัญญาใดกว้างเกินสมควร ศาลอาจลดขอบเขตให้แคบลงหรือพิพากษาว่าข้อนั้นใช้บังคับไม่ได้

ข้อความลับทางการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา

ต่างจากข้อห้ามแข่งขัน การรักษาความลับทางการค้าสามารถบังคับใช้ได้กว้างขวางกว่า เพราะมีพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. ๒๕๔๕ รองรับ สัญญาจ้างงานที่ดีควรระบุให้ชัดเจนว่า

ข้อมูลใดถือเป็นความลับทางการค้า (รายชื่อลูกค้า สูตรผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ธุรกิจ แผนการตลาด ฯลฯ) หน้าที่รักษาความลับมีขอบเขตเพียงใดและมีอายุนานเท่าไรหลังออกจากงาน และสิ่งที่ลูกจ้างสร้างขึ้นระหว่างการทำงานเป็นทรัพย์สินของใคร

ป.พ.พ. มาตรา ๕๗๙ กำหนดว่า

"นายจ้างจะโอนสิทธิของตนแก่บุคคลภายนอกก็ได้ เว้นแต่จะขัดกับเจตนาอันปรากฏ แต่ลูกจ้างจะโอนสิทธิของตนแก่บุคคลภายนอกหาได้ไม่"
— ป.พ.พ. มาตรา ๕๗๙

ข้อสัญญาที่กฎหมายไม่รับรอง: สิ่งที่ตัดออกจากสัญญาไม่ได้

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา ๑๔ กำหนดว่าสัญญาจ้างงานต้องไม่กำหนดเงื่อนไขที่ทำให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ข้อสัญญาที่ฝ่าฝืนหลักนี้ถือเป็น "โมฆะ" หรือ "ใช้บังคับไม่ได้" แม้ลูกจ้างจะลงนามยินยอม ตัวอย่างเช่น ข้อที่ให้ลูกจ้างสละสิทธิค่าชดเชย ข้อที่กำหนดให้ทำงานเกิน ๘ ชั่วโมงโดยไม่ได้รับค่าล่วงเวลา และข้อที่ให้ลูกจ้างสละสิทธิลาป่วยหรือลาคลอด

⚠️ ข้อสัญญาที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
  • ข้อหักเงินประกัน: กฎหมายห้ามหักเงินประกันจากค่าจ้าง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานตรวจแรงงาน
  • ข้อค่าปรับ: ห้ามหักค่าปรับจากค่าจ้าง ยกเว้นตามข้อบังคับการทำงานที่จดทะเบียนถูกต้อง
  • ข้อสละสิทธิฟ้องร้อง: ข้อที่ห้ามลูกจ้างฟ้องร้องต่อศาลแรงงานมักถือว่าใช้บังคับไม่ได้
  • ข้อห้ามสมรส: ข้อสัญญาที่เลิกจ้างโดยอาศัยเหตุการสมรสหรือการตั้งครรภ์ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

สัญญาจ้างแบบมีกำหนดระยะเวลา (Fixed-Term Contract)

สัญญาจ้างงานมีสองประเภทหลัก คือสัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา (เลิกจ้างได้เมื่อบอกกล่าวล่วงหน้า) และสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่นอน (Fixed-Term) ซึ่งต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะหากนายจ้างเลิกจ้างก่อนครบกำหนด กฎหมายกำหนดให้ต้องชดใช้ค่าเสียหายสำหรับระยะเวลาที่เหลือ

ป.พ.พ. มาตรา ๕๘๓ วางหลักเรื่องการเลิกจ้างระหว่างสัญญาว่า

"ถ้าลูกจ้างรับจ้างทำการงานโดยทุจริต หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและสมควร หรือละทิ้งการงาน หรือกระทำความผิดอาญาในทางการงานนั้น ท่านว่านายจ้างจะไล่ออกโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้"
— ป.พ.พ. มาตรา ๕๘๓

ทำไมสัญญาจ้างงานที่ทำเองมักมีปัญหา?

สัญญาจ้างงานที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ตหรือทำเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมักมีปัญหาอย่างน้อยสามประการ ได้แก่ ไม่สอดคล้องกับข้อบังคับการทำงานจริงขององค์กร ข้อสัญญาบางข้อเป็นโมฆะโดยกฎหมายโดยไม่รู้ตัว และไม่ครอบคลุมกรณีพิเศษของธุรกิจนั้นๆ เช่น การทำงานนอกสถานที่ การเข้าถึงระบบ IT หรือการดูแลข้อมูลลูกค้า

เอกสยาม ชัยศร มีความเชี่ยวชาญในการร่างสัญญาจ้างงานที่สมดุล ปกป้องผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และสอดคล้องกับกฎหมายแรงงานไทยปัจจุบัน โดยอาศัยประสบการณ์ทั้งด้านกฎหมายและการบริหารองค์กรธุรกิจจริง ซึ่งทำให้เข้าใจบริบทของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง

ต้องการสัญญาจ้างงานที่รัดกุมและถูกกฎหมาย?

ให้เราช่วยร่างหรือตรวจสอบสัญญาจ้างงานของคุณ — ทั้งสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง

ขอรับคำปรึกษา
สรุปสาระสำคัญ
  • สัญญาจ้างงานไม่ต้องทำเป็นหนังสือก็มีผล แต่การทำเป็นลายลักษณ์อักษรปกป้องทั้งสองฝ่ายได้ดีกว่า
  • ช่วงทดลองงานไม่ได้ยกเว้นการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่ยกเว้นค่าชดเชยถ้าทำงานไม่ถึง ๑๒๐ วัน
  • ข้อห้ามแข่งขันต้องมีขอบเขตสมเหตุสมผล — กว้างเกินไปอาจใช้บังคับไม่ได้
  • ข้อสัญญาใดที่ให้ลูกจ้างได้รับสิทธิน้อยกว่ากฎหมายขั้นต่ำ — โมฆะทันที แม้ลงนามยินยอม
  • ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนร่างหรือลงนามสัญญาจ้างงาน